ทำความเข้าใจฟันเทียมทั้งปาก ฟันติดแน่น ราคา ข้อมูล ประเทศไทย

บทความนี้มีจุดมุ่งหมายให้ข้อมูลด้านการรักษาฟันเทียมทั้งปากแบบติดแน่นในประเทศไทย อธิบายความแตกต่างระหว่างฟันเทียมถอดได้กับระบบรากฟันเทียม เช่น All-on-4 สรุปช่วงราคาประมาณในสถานพยาบาลรัฐและคลินิกเอกชน พร้อมภาพรวมสิทธิประกันสังคมและบัตรทอง รวมถึงข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจหรือวางแผนไปรักษาต่างประเทศ

ทำความเข้าใจฟันเทียมทั้งปาก ฟันติดแน่น ราคา ข้อมูล ประเทศไทย

เมื่อสูญเสียฟันจำนวนมากหรือทั้งปาก คุณภาพชีวิตมักเปลี่ยนไปทั้งเรื่องการเคี้ยว การพูด บุคลิกภาพ และความมั่นใจ ทางเลือก “ฟันเทียมทั้งปาก” ในไทยมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ฟันเทียมถอดได้แบบดั้งเดิม ไปจนถึงฟันติดแน่นบนรากเทียมที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงฟันจริงมากขึ้น การเข้าใจความแตกต่าง ข้อจำกัด และค่าใช้จ่ายที่มักตามมาจะช่วยให้ตัดสินใจได้สอดคล้องกับสุขภาพช่องปากและงบประมาณของตนเอง

ฟันเทียมถอดได้กับฟันติดแน่นต่างกันอย่างไร

ฟันเทียมถอดได้ (complete denture) อาศัยแรงยึดจากเหงือก เพดานปาก และการสบฟัน ข้อดีคือทำได้ค่อนข้างเร็ว ราคาเริ่มต้นมักต่ำกว่า และซ่อม/ปรับแต่งได้ แต่ข้อจำกัดคือแรงบดเคี้ยวมักน้อยกว่า อาจหลวมเมื่อสันเหงือกยุบตามเวลา เกิดแผลกดทับ หรือมีผลต่อการรับรส/ความรู้สึกถ้ามีฐานฟันเทียมปิดเพดานปาก ส่วน “ฟันติดแน่น” มักหมายถึงสะพานฟัน/ฟันปลอมที่ยึดกับรากเทียม (implant-supported fixed) ทำให้ความมั่นคงสูงขึ้น เคี้ยวได้ดีขึ้น และไม่ต้องถอดล้างทุกมื้อ แต่ต้องมีการผ่าตัด วางแผนละเอียด และดูแลทำความสะอาดแบบเฉพาะทาง

ทำความรู้จัก All‑on‑4 และรากเทียม: ขั้นตอนและความเสี่ยง

All-on-4 เป็นแนวคิดการใช้รากเทียม 4 ตัว (หรือมากกว่าในบางกรณี) เพื่อรองรับฟันทั้งขากรรไกร โดยมักเอียงรากเทียมด้านหลังเพื่อลดความจำเป็นในการปลูกกระดูกบางรูปแบบ ขั้นตอนโดยทั่วไปเริ่มจากตรวจสุขภาพช่องปาก เอกซเรย์/ซีทีสแกน วางแผนตำแหน่งรากเทียม ถอนฟันที่จำเป็น (ถ้ามี) วางรากเทียม และทำฟันชั่วคราว/ถาวรตามแผนการยึดติดของกระดูก ความเสี่ยงที่ควรรู้ ได้แก่ การติดเชื้อ เลือดออก บวม เจ็บ เส้นประสาทได้รับผลกระทบ ไซนัสเกี่ยวข้อง (ขากรรไกรบน) รากเทียมไม่ยึดติด กระดูก/เหงือกร่น รวมถึงภาวะแทรกซ้อนจากโรคประจำตัวหรือการสูบบุหรี่ ซึ่งมักเพิ่มความเสี่ยงต่อการหายช้าและการอักเสบรอบรากเทียม

สิทธิ์ประกันสังคมและบัตรทองครอบคลุมไหม

ในภาพรวม สิทธิ์ภาครัฐในไทยมักเน้น “การรักษาจำเป็นพื้นฐาน” มากกว่างานฟื้นฟูขั้นสูงอย่างรากเทียมทั้งปาก กล่าวคือ ฟันเทียมถอดได้อาจมีแนวทางสนับสนุนในบางเงื่อนไข (เช่น ทำในหน่วยบริการตามระบบ ส่งต่อ/คิวรอ และชนิดวัสดุ/ขั้นตอนตามข้อกำหนด) ขณะที่งานรากเทียมหรือฟันติดแน่นทั้งปากมักอยู่นอกสิทธิ์ครอบคลุมเป็นหลัก หรือครอบคลุมเฉพาะบางกรณีที่มีข้อบ่งชี้เฉพาะทางและอยู่ภายใต้โครงการ/ดุลยพินิจของหน่วยบริการ

สิ่งที่ควรทำก่อนเริ่มรักษาคือสอบถามหน่วยบริการประจำสิทธิ์โดยตรงว่า “ครอบคลุมอะไรได้จริง” เช่น ค่าพิมพ์ปาก ค่าวัสดุ ค่าถอนฟัน ค่าตรวจภาพรังสี การปรับแต่งหลังใส่ รวมถึงค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ผู้ป่วยอาจต้องร่วมจ่าย หากเป็นประกันสังคม ให้ถามเพิ่มเติมเรื่องเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ทันตกรรมประจำปี ขั้นตอนเบิก/สำรองจ่าย และเอกสารที่ต้องใช้ เพราะรายละเอียดอาจเปลี่ยนตามประกาศและนโยบายในช่วงเวลานั้น

โดยทั่วไป “ราคา” ฟันเทียมทั้งปากในไทยแตกต่างมากตามรูปแบบงาน (ถอดได้ vs ติดแน่นบนรากเทียม), จำนวนรากเทียม/ความซับซ้อน, ต้องปลูกกระดูกหรือยกไซนัสหรือไม่, วัสดุครอบฟัน/โครงงาน, รวมถึงสถานพยาบาลและพื้นที่ (เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต) โรงพยาบาลรัฐมักมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าแต่มีคิวรอและข้อจำกัดด้านตัวเลือกวัสดุ ส่วนคลินิกเอกชน/โรงพยาบาลเอกชนมักนัดหมายยืดหยุ่นและมีแพ็กเกจบริการมากกว่า แต่ควรอ่านรายละเอียดว่า “รวมอะไรแล้วบ้าง” เช่น ค่าภาพถ่ายรังสี/ซีทีสแกน ค่ายาชา/ยากล่อมประสาท ค่าฟันชั่วคราว ค่าแก้ไขงาน และการรับประกันงาน


Product/Service Provider Cost Estimation
ฟันเทียมทั้งปากแบบถอดได้ คณะทันตแพทยศาสตร์ รพ.ศิริราช (กรุงเทพฯ) โดยมากอยู่ในช่วงหลักพันปลาย–หลักหมื่นบาท ขึ้นกับวัสดุและขั้นตอน
ฟันเทียมทั้งปากแบบถอดได้ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย (กรุงเทพฯ) โดยมากอยู่ในช่วงหลักพันปลาย–หลักหมื่นบาท ขึ้นกับแผนรักษา
ฟันติดแน่นบนรากเทียมแนวคิด All-on-4/ใกล้เคียง Bumrungrad International Hospital (กรุงเทพฯ) มักอยู่ราวหลักแสนกลาง–หลายแสนบาทต่อ 1 ขากรรไกร ขึ้นกับจำนวนรากเทียมและวัสดุ
ฟันติดแน่นบนรากเทียมแนวคิด All-on-4/ใกล้เคียง Bangkok Hospital (กรุงเทพฯ) มักอยู่ราวหลักแสนกลาง–หลายแสนบาทต่อ 1 ขากรรไกร ขึ้นกับรายละเอียดงาน
ฟันติดแน่นบนรากเทียม (รายเคส) รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ (เชียงใหม่) มักต่ำกว่าเอกชนในเคสเทียบเคียง แต่ขึ้นกับคิวรอ เงื่อนไข และความจำเป็นทางการแพทย์
งานรากเทียม/ฟันติดแน่น (รายเคส) Bangkok Hospital Phuket (ภูเก็ต) มักอยู่ราวหลักแสน–หลายแสนบาทตามแผนรักษาและวัสดุ

ราคาหรือการประเมินค่าใช้จ่ายที่กล่าวถึงในบทความนี้อ้างอิงจากข้อมูลล่าสุดที่หาได้ แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเวลา ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตนเองก่อนตัดสินใจทางการเงิน

ราคาโดยประมาณในโรงพยาบาลรัฐและคลินิกเอกชนในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต

หากมองเป็นกรอบกว้าง ฟันเทียมถอดได้ทั้งปากมักอยู่ในช่วง “หลักพันปลายถึงหลักหมื่นบาท” ขึ้นกับชนิดวัสดุและจำนวนครั้งนัด ขณะที่ฟันติดแน่นทั้งปากบนรากเทียมมักเป็น “หลักแสนถึงหลายแสนบาทต่อขากรรไกร” เพราะรวมค่าอุปกรณ์ผ่าตัด รากเทียม ชิ้นส่วนยึดต่อ งานแลบทันตกรรม และการติดตามผล ระหว่างเมืองท่องเที่ยวและเมืองใหญ่ ค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มจากต้นทุนสถานพยาบาลและความสะดวกบริการ สิ่งสำคัญคือขอแผนการรักษาเป็นลายลักษณ์อักษร แยกรายการว่าอะไร “รวมแล้ว/ไม่รวม” และถามเกณฑ์การปรับแก้หลังส่งมอบงาน เพราะค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนมักเกิดจากงานซ่อม/ปรับในช่วงปรับตัว

เคสตัวอย่างและคำแนะนำก่อนตัดสินใจรักษาหรือทำ dental tourism

ตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือ (1) ผู้สูงอายุที่กระดูกสันเหงือกยุบมากและใส่ฟันถอดได้แล้วเจ็บ/หลวม: อาจเริ่มจากปรับฐานฟันเทียมใหม่หรือทำฟันถอดได้คุณภาพดีขึ้นก่อน แล้วค่อยประเมินความเหมาะสมของรากเทียมเสริมยึด (2) คนวัยทำงานที่ต้องการเคี้ยวดีและพูดชัด: ฟันติดแน่นบนรากเทียมอาจตอบโจทย์ แต่ต้องยอมรับเวลารักษา การนัดติดตาม และวินัยการทำความสะอาด (3) ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือสูบบุหรี่: ควรคุยกับทันตแพทย์เรื่องการควบคุมปัจจัยเสี่ยง เพราะมีผลต่อการยึดติดและการอักเสบระยะยาว

สำหรับผู้ที่วางแผนทำ dental tourism ในไทย ควรเตรียมเวลาเผื่อการนัดหลายครั้งและการแก้ไขงาน รวมถึงแผนรับมือหากเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังเดินทางกลับ (เช่น ต้องพบแพทย์ที่ประเทศต้นทาง) ขอเอกสารสรุปการรักษา รุ่น/ระบบรากเทียมที่ใช้ และแนวทางดูแลหลังผ่าตัดให้ครบ ตรวจสอบมาตรฐานสถานพยาบาลและการสื่อสารเรื่องความคาดหวังผลลัพธ์ให้ชัด โดยเฉพาะกรณี “ทำเสร็จเร็ว” ที่อาจเหมาะเฉพาะบางเคสเท่านั้น

ฟันเทียมทั้งปากไม่มีคำตอบเดียวที่เหมาะกับทุกคน เพราะต้องชั่งระหว่างความมั่นคงในการใช้งาน สุขภาพกระดูกและเหงือก ความเสี่ยงจากการผ่าตัด เวลาในการรักษา และงบประมาณ การคุยกับทันตแพทย์เพื่อประเมินเป็นรายบุคคลและขอแผนรักษาที่แจกแจงรายละเอียดจะช่วยลดความคลาดเคลื่อนของความคาดหวังและค่าใช้จ่ายในภายหลัง บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ โปรดปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณวุฒิเหมาะสมเพื่อคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะกับคุณ